blogger นี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนการสอนรายวิชา อินเตอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารในชีวิประจำวัน

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

เฟรนช์ บูลด็อก

เฟรนช์ บูลด็อก
อ้วนกลม หน้าย่น และอารมณ์ดี
   
ลักษณะทั่วไป
รูปร่างกลม ๆ ป้อม ๆ บวกกับขาสั้น ๆ ทำให้เวลาเดิน สะโพกของ เฟรนช์ บูลด็อก จะส่ายไปมา เมื่อรวมเข้ากับจมูกสั้น ย่น ปากกว้างที่ดูเหมือนยิ้มตลอดเวลา และใบหูอันใหญ่โตที่คล้ายกับหูค้างคาว
ความเป็นมา
     ประมาณปี 1860 มีสุนัข Bulldog มากมายในประเทศอังกฤษและสุนัขชนิดนี้ไม่ค่อยนิยมเลี้ยงเท่าไร สุนัขเหล่านี้บางส่วนถูกส่งเข้าไปในประเทศฝรั่งเศส และได้ผสมกับสุนัขพันธุ์ต่างๆในฝรั่งเศส จนในที่สุดเกิดเป็นสุนัขพันธุ์ เฟรนช์ บูลด็อก ( French Bulldog ) ขึ้นและสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่นิยมเลี้ยง  ในประเทศฝรั่งเศสโดยเฉพาะสุภาพสตรี ปี 1880 ปารีส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของชาวอเมริกาผู้มั่งคั่ง และเมื่อมีข่าวสุนัขพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น ต่างก็ต้องการอยากจะไปดูด้วยตาตนเอง
       สิ่งที่พวกเขาได้พบคือสุนัขพันธุ์ เฟรนช์ บูลด็อก สุนัขพันธุ์นี้มาจากอังกฤษ ความจริงอเมริกามีอิทธิพลในการเลือกเพาะพันธุ์นี้ขึ้นมาให้มีลักษณะอย่าง เฟรนช์ บูลด็อก ในปัจจุบันได้รับการยอมรับที่สามารถให้พัฒนาให้มีหัวอย่างมัสตีฟ ขากรรไกรเป็นรูปสี่เหลี่ยม ลำตัวกะทัดรัดและที่สำคัญคือที่ใบหูเหมือนค้างคาวอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เฟรนช์ บูลด็อก เป็นสุนัขพันธุ์เล็กน้ำหนักไม่เกิน 28 ปอนด์ หน้าเหมือน บูลด็อก ทั่วไป ริมฝีปากหนา จมูกหักสั้นเข้าไปด้านใน นัยน์ตาสดใส ลักษณะพิเศษคือใบหูเหมือนค้างคาว ซึ่งไม่มีสุนัขพันธุ์ใดในโลกนี้เหมือนเขาจะเห่าและขู่บ้าง แต่มีความเป็นมิตรชอบทำตัวเป็นเจ้าของบ้านมากกว่าเป็นผู้อารักขา พร้อมที่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้าเสมอไม่ว่าจะเป็นคนแก่ เด็ก แมว และสัตว์อื่นๆ มีนิสัยขี้เล่น ร่าเริงรักเด็กขนาดใกล้เคียงกับ Pug และ Boston Terrier
ลักษณะนิสัย
ฉลาด กล้าหาญ ร่าเริง ชอบเล่น ชอบออกกำลังกาย และตื่นตัวอยู่เสมอ เป็นมิตร เข้ากับคนและสัตว์อื่น ๆ ได้ดี เฟรนช์ บูลด็อก เป็นสุนัขที่เห่าน้อย ไม่ทนต่ออากาศร้อน โดยเฉพาะตัวที่นำเข้าจากต่างประเทศ อาจจะยังปรับตัวไม่ได้ แต่สำหรับสุนัขเฟรนช์ บูลด็อก ที่เกิดในเมืองไทยจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสภาวะอากาศเท่าไรนัก
การดูแล
 

    ด้วยความที่เป็นสุนัขขนสั้น เฟรนช์ บูลด็อก  จึงไม่ต้องการการดูแลมาก แต่เขาจะผลัดขนในช่วงหน้าร้อน การออกำลังกายทำได้ง่าย โดยพาเขาเดินเล่นรอบๆ บ้านหรือโยนลูกบอลเล่นกับเขา เขาไม่ชอบการถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญ กับเรื่องระบบการหายใจของสุนัขด้วย  หายใจทางปากถี่ขึ้นจนผิดปกติ ควรรีบนำเขาเข้าที่ร่มหรือห้องแอร์โดยเร็ว และหากมั่นใจว่าเขาอาจจะเป็นฮีทสโตรก (ชักเนื่องจากความร้อน) ควรลดอุณหภูมิร่างกายของเขาให้เร็วที่สุด เช่น เอาน้ำราด เอาน้ำแข็งไปโปะ แล้วพาไปหาหมอให้ฉีดยากันชักโดยเร็ว
 
 
 
ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
เป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเด็กโตได้ดีเยี่ยม
ข้อควรจำ
เช่นเดียวกับสุนัขที่จมูกสั้นพันธุ์อื่นๆ ที่อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจและในช่วงฤดูร้อน ที่มีสภาพอากาศร้อนจัดอาจทำให้เขาเกิดความเครียดได้
   
มาตรฐานสายพันธุ์
  
 
ขนาด
 ชนิดเล็กมีน้ำหนักน้อยกว่า 22 ปอนด์ ชนิดใหญ่มีน้ำหนักประมาณ 22-28 ปอนด์ 
ศีรษะ
 มีขนาดใหญ่คล้ายทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส หัวกะโหลกระหว่างหูค่อนข้างแบน 
หน้าผาก
 มีลักษณะโค้งเล็กน้อย แก้มมีกล้ามเน้อชัดเจน 
ปาก
 มีลักษณะกว้างและลึก มุมปากเหนียงและค่อนข้างหนา กรามแข็งแรงขณะหุบปากไม่เห็นฟันยื่นออกมา 
ตา
 มีสีเข้ม ขนาดปานกลาง ตาค่อนข้างกลม ตาค่อนข้างห่างจากหู ตาไม่ลึกหรือโปน 
หู
 มีลักษณะเหมือนหูค้างคาว โคนหูใหญ่ ค่อนข้างยาว ปลายหูกลม โคนหูอยู่ค่อนข้างสูง 
จมูก
 มีลักษณะสั้น รูจมูกกว้าง จมูกมีสีดำ หรือสีจาง ขึ้นอยู่กับสีของขน ดั้งจมูก มีมุมหักชัดเจนทำให้มีหลุมลึก 
คอ
 มีลักษณะกลมหนา หนังคอบริเวณลูกกระเดือก ค่อนข้างย่น 
อก
 กว้างและลึก 
ลำตัว
 มีลักษณะสั้นกลม เส้นหลังโค้ง บริเวณหัวไหล่ค่อนข้างกว้างบริเวณเอวเล็ก 
ขาหน้า
 มีกระดูกใหญ่ ขาหน้าค่อนข้าสั้น ขาหน้าประกอบด้วยกล้ามเนื้อขา ขาหน้าตั้งตรงขาหน้าทั้งสองห่างกันพอสมควร เท้าหน้าขนาดพอเหมาะนิ้วเท้าชิด 
ขาหลัง
 ประกอบด้วยกล้ามเนื้อขาหลังตรง ห่างกันพอประมาณข้อเท้าหลังอยู่ในระดับต่ำ เท้าหลังมีขนาดพอเหมาะนิ้วเท้าชิด เท้าหลังใหญ่กว่าเท้าหน้าเล็กน้อย 
หาง
 โคนอยู่ในระดับต่ำ หางตรงหรือเป็นเกลียวได้ หางค่อนข้างสั้น 
ขน
 ขนสั้นนุ่ม ขนมีหลายสี เช่น น้ำตาล ขาว น้ำตาลขาว หนังค่อนข้างย่น


อ่านต่อ : http://www.dogilike.com/breeds/26/%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%8C%20%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81.php#ixzz25Z4j63o5

ประวัติ เซนเบอนาด


ประวัติความเป็นมาของสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด




เซนต์ เบอร์นาร์ด เป็นสุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ซึ่งถูกค้นพบโดยนักบุญเซนต์ เบอร์นาร์ด เดอ เมนธอน มีการสันนิษฐานว่า เซนต์ เบอร์นาร์ดน่าจะสืบเชื้อสายมาจากสุนัขขนาดใหญ่ในทวีปเอเชีย แล้วชาวโรมันนำไปแพร่พันธุ์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์


ชาวสวิตเซอร์แลนด์นิยมเลี้ยงสุนัขเซนต์ เบอร์นาร์ด ไว้เพื่อช่วยชีวิตผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกหิมะถล่มและถูกฝังอยู่ใต้หิมะ พวกเขาเป็นสุนัขที่มีสัมผัสที่หก พูดง่ายๆ ก็คือสามารถรับรู้ได้ถึงความผิดปกติในช่วงเวลาที่จะเกิดพายุหิมะ และสามารถรู้ว่าผู้เคราะห์ร้ายถูกหิมะฝังอยู่ ณ จุดใด ทั้งนี้มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่าความสามารถแบบนี้เกิดจากพวกเขาได้ยินเสียงซึ่งมีความถี่ต่ำที่มนุษย์ไม่สามารถได้ยินนั่นเอง ดังนั้นภาพของเซนต์ เบอร์นาร์ด จึงมักจะถูกนำไปผูกโยงกับเรื่องของสุนัขกู้ภัยในภูเขาหิมะอยู่บ่อยครั้ง


ย้อนกลับไปเมื่อประมาณศตวรรษที่ 11 กลุ่มผู้แสวงบุญกลุ่มหนึ่งได้สร้างบ้านพักริมทางขึ้นบริเวณช่องเขา Grand Saint Bernard ซึ่งมีระดับความสูง 2,469 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อเป็นที่พักของผู้แสวงบุญและพระธุดงค์ต่างๆที่ต้องใช้เส้นทาง ผ่านช่องเขานี้ และนับตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา ก็ได้มีการเลี้ยงสุนัขภูเขาตัวใหญ่ไว้เพื่อเป็นยามคอยดูแลและปกป้องบ้านพัก การดำรงชีวิตของสุนัขดังกล่าวได้ถูกบันทึกไว้เป็นภาพวาดในปี ค.ศ. 1695 และเริ่มบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อปี ค.ศ. 1707



สุนัขดังกล่าวได้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางและเป็นสุนัขกู้ภัยสำหรับนักเดินทางที่หลงอยู่ท่ามกลางพายุหิมะและม่านหมอก มีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการช่วยชีวิตมนุษย์จาก “มัจจุราชขาว” ของสุนัขเหล่านี้จำนวนนับไม่ถ้วน เรื่องราวเหล่านี้ถูกแปลเป็นหลายภาษาและเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบันทึกคำบอกเล่าของทหารประจำหน่วย Bonaparte ซึ่งได้เดินทางผ่านช่องเขา Grand Saint Bernard ในปี ค.ศ. 1800 นั้นช่วยเพิ่มกิตติศัพท์ของสุนัขพันธุ์นี้ ซึ่ง ณ ขณะนั้นถูกเรียกว่า Barry-Dog ให้มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทวีปยุโรป


การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ถูกฝังอยู่ใต้หิมะของน้องหมาเซนต์ เบอร์นาร์ด นั้น เริ่มจากน้องหมาจะออกตามหาผู้ประสบภัย เมื่อพบแล้วก็จะขุดร่างของผู้เคราะห์ร้ายขึ้นมาจากกองหิมะที่หนักหลายตัน จากนั้นก็นอนแนบร่างอันหมดสตินั้นไว้เพื่อให้ความอบอุ่นและเลียใบหน้าจนผู้เคราะห์ร้ายได้สติ ส่วนเซนต์ เบอร์นาร์ด อีกตัวก็จะวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อตามคนมาช่วย และพามายังสถานที่เกิดเหตุ..หลายคนสงสัยว่าทำไมจึงต้องมี “ถังไม้เล็กๆ” ผูกติดคอน้องหมาเซนต์ เบอร์นาร์ด เอาไว้ คำตอบก็คือในถังนั้นจะบรรจุเหล้าองุ่นหรือยาสำหรับให้ผู้ประสบภัยเปิดกินและใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น น้องหมาเซนต์ เบอร์นาร์ด บางตัวอาจมีผ้าห่มผูกติดหลังเอาไว้เพื่อให้ผู้ประสบภัยห่มกันหนาวด้วย



ต่อมาได้มีการนำ เซนต์ เบอร์นาร์ด เดินทางเข้าสู่เมือง และมีการคิดค้นรูปแบบพันธุกรรมที่เหมาะสมจนเกิดการผสมพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์กระทั่งมีรูปแบบลงตัวอย่างที่ผู้เพาะพันธุ์ต้องการ โดยนาย Heinrich Schumacher จากเมือง Holligen ในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นคนแรกที่เขียนเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ของสุนัข เซนต์ เบอร์นาร์ด ในปี ค.ศ. 1867 และในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1884 ได้มีการจดทะเบียนสายพันธุ์สุนัข เซนต์ เบอร์นาร์ด กับ Schweizerisches Hundestammbuch (SHSB) สุนัขตัวแรกที่ลงทะเบียนคือ St. Bernard "LEON" และมีการตั้ง Swiss St.Bernard Club ขึ้นที่เมือง Basle เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ปี ค.ศ. 1884


ในโอกาสที่มีการชุมนุม International Canine Congress เมื่อวันที่ 2 เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1887 สุนัขพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด ได้รับการยอมรับและยกย่องว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์แท้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับการประกาศให้เป็นสุนัขประจำชาติของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นับแต่นั้นเป็นต้นมา

พันธ์เซนเบอนาด


ลักษณะนิสัยของสุนัขพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด


ข้อดีและข้อเสียของการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด


 
  • ข้อดีของสุนัขพันธุ์ เซนต์ เบอร์นาร์ด คือ เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี ไม่เห่าโดยไม่มีสาเหตุ ซื่อสัตย์ ใจเย็น และเข้ากับเด็กได้ดี
  • ส่วนข้อเสีย คือ น้ำลายที่มีมากเมื่ออากาศร้อน และเนื่องจากเป็นสุนัขขนาดใหญ่ จึงมีค่าใช้จ่ายสูงไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่ายา และค่าเดินทาง


นิสัยใจคอของน้องหมาเซนต์ เบอร์นาร์ด


 
  • เป็นสุนัขที่สุภาพ เป็นมิตร อารมณ์ดี และใจดีมากถึงมากที่สุด เข้ากับคนและสัตว์อื่นได้ง่าย รักสนุก น่ารัก และชอบคนมากๆ เรื่องรักเจ้าของนั้นไม่ต้องพูดถึง เขามีความภักดีไม่แพ้สุนัขพันธุ์ใดในโลก จิตใจค่อนข้างอ่อนไหว หากอยู่ห่างจากเจ้าของนานๆอาจตรอมใจ เพราะเขาต้องการความเอาใจใส่และความรักจากเจ้าของและคนใกล้ชิดอยู่เสมอ ถ้าอายุมากแล้วเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการนอน รักสงบ ไม่นิยมหาเรื่องใคร และอดทนต่อสิ่งยุแหย่ได้ค่อนข้างดี ไม่ชอบอากาศร้อน แต่ถ้าอยู่ในประเทศที่มีอากาศหนาวจะเป็นสุนัขที่กระตือรือร้นมากพันธุ์หนึ่ง
  • ผู้ที่คิดจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด ควรมีประสบการณ์ในการเลี้ยงสุนัขมาบ้าง เพราะสุนัขพันธุ์นี้ต้องการการดูแลเอาใจใส่สูง และควรมีเวลาพาเขาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

pommeranian